วารสารศาสตร์ข้อมูล – Data Journalism

เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นข่าว

วารสารศาสตร์ข้อมูลกับภาพใหญ่

with one comment

บทความ “ความสำคัญที่เพิ่มมากขึ้นของวารสารศาสตร์ข้อมูล” โดย อเล็กซ์ โฮเวิร์ด ได้อ้างถึงโพสต์ของ แอนโธนี เดอบาร์รอส datajournalism.in.th ก็ขอแปลโพสต์ดังกล่าวต่อเลยละกัน

แปลจาก Data Journalism and the Big Picture โดย Anthony DeBarros, 26 พ.ย. 2553

ผู้คนในเว็บในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้แสดงความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับคุณค่าของวารสารศาสตร์ข้อมูล และทักษะที่เกี่ยวข้อง ประเด็นสำคัญ ๆ ก็คือ

  • ทีม เบิร์นสเนอร์-ลี ผู้คิดค้นเวิลด์ไวด์เว็บ บอกกับหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียนว่า “นักข่าวจำเป็นต้องใช้ข้อมูลได้อย่างชำนาญ” และ “วารสารศาสตร์ข้อมูลคืออนาคตต” ข่าวดังกล่าวพูดต่อไปถึงคำถามที่ว่า การวิเคราะห์ข้อมูลจะสามารถแทนที่การรายงานข่าวแบบดั้งเดิมได้หรือไม่
  • บล็อก 10,000 Words ประกาศว่า หนึ่งใน “5 ความเชื่อเกี่ยวกับวารสารศาสตร์ดิจิทัล” คือความเชื่อที่ว่า “นักข่าวจำเป็นต้องมีทักษะในการพัฒนาฐานข้อมูล” และแนะนำว่านักข่าวส่วนใหญ่ควรจะปล่อยการแฮ็ก[1] ระดับสูงให้เป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ
  • เว็บไซต์อีกไซต์หนึ่ง คือ FleetStreetBlues[2] ได้แสดงความเห็นว่า “ท่ามกลางความตื่นเต้น ความมุ่งมั่น และความลุ่มหลงในสเปรดชีต แต่นี่คือความจริงเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกกันว่า ‘วารสารศาสตร์ข้อมูล’ มันยังคงเกี่ยวกับการเล่าเรื่อง ก็แค่นั้นแหละ”

มีปฏิกริยาตอบต่อโพสต์เหล่านี้จำนวนหนึ่ง รวมไปถึงคนจำนวนหนึ่งที่ชี้ให้เราเห็นถึงข่าวของ Time ชิ้นหนึ่งในปี 1986 [เกี่ยวกับ ฟิล เมเยอร์ นักข่าวที่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์สถิติประชากรของประชากรผิวดำในการจลาจลปี 1967 ในดีทรอยต์] ซึ่งคล้ายกับเรื่องที่เราพูดถึงข้างต้นในเดอะการ์เดียนสัปดาห์นี้ และนั่นคือปัญหาของโพสต์ทั้งสามชิ้นดังกล่าว: ไม่มีชิ้นใดเลยในสามชิ้นนั้น ที่มองไปยังภาพใหญ่ มุมมองเชิงประวัติศาสตร์ของวารสารศาสตร์ข้อมูล — ไม่มีการพูดถึงว่ามันมาจากไหน ไม่มีการพูดถึงว่ามันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร และยิ่งไม่มีการพูดถึงภูมิหลังอันมากมายซึ่งคำว่า “วารสารศาสตร์ข้อมูล” ได้ปิดบังเอาไว้

เราเคยเรียกมันว่า “การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าว” (CAR)

ย้อนกลับไปในยุคที่ซอฟต์แวร์ยังมาในแผ่นฟลอปปี้ดิสก์ 5.25 นิ้ว หรืออาจจะก่อนหน้านี้อีก แนวคิดเรื่องการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเพื่อ “คิดเลข” ถูกเรียกว่า “การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าว” (computer-assisted reporting: CAR) ทุกวันนี้ เราเรียกมันว่าวารสารศาสตร์ข้อมูล นั่นเพราะมันชัดเจนว่า ชื่อเก่านั้นดูจะคลาดเคลื่อน เหมือนกับที่ ฟิล เมเยอร์ (Phil Meyer) เคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่า เราไม่เคยพูดถึงการใช้โทรศัพท์ช่วยในการรายงานข่าวใช่ไหม หรือว่าเราเคย?

ในสมัยที่ผมเข้ามาสู่วงการ — สมัยที่ Paradox นั้นเป็นซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่เราเลือกใช้ — ห้องข่าวของเรามีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหนึ่งเครื่องที่จัดไว้เฉพาะเพื่อเป็น “เครื่อง CAR” ในขณะที่คนอื่น ๆ ใช้เครื่องเทอร์มินัลที่ต่อกับคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ผมก็ท่องเว็บด้วยโปรแกรม Netscape และโทรหา พอล โอแวร์แบร์ก (Paul Overberg) เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องข้อมูลสำมะโนประชากร ในตอนนั้นผมเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลของห้องข่าว คนที่บรรดานักข่าวจะเรียกหาเมื่อพวกเขามีสเปรดชีตบนแผ่นดิสก์หรือความคิดว่าอยากจะได้ข้อมูลจากส่วนราชการท้องถิ่น

ในยุคนั้น — ด้วยบริษัทเว็บตั้งใหม่ซึ่งขับเคลื่อนเว็บด้วยฐานข้อมูล อย่าง Amazon.com ซึ่งกำลังแพร่การปฏิวัติวัฒนธรรมข้อมูล — มันเป็นการง่ายมากที่จะคาดการณ์ถึงช่วงเวลาที่นักข่าวจะไม่เพียงได้รับสเปรดชีตชั่วครั้งชั่วคราว แต่จะพบกับข้อมูลอันท่วมทะลัก และนั่นก็เป็นจุดกำเนิดของการพยายามชักชวนให้ห้องข่าวมาสนใจ CAR (อย่างน้อยก็ในแวดวงของผม) เราสอนโปรแกรม Excel เราส่งคนไปเข้าค่ายอบรมของสมาคมนักข่าวและบรรณาธิการข่าวสืบสวนสอบสวน (Investigative Reporters and Editors: IRE) และเราแสดงข่าวชนิดต่าง ๆ ที่นักข่าวทำด้วยทักษะเหล่านี้ สาสน์ของ CAR นั้นคือการค้นหาข่าวและการใช้เครื่องมือง่าย ๆ ในการทำมัน นั่นคือ สเปรดชีต, ฐานข้อมูล, แผนที่, และสถิติ

ตอนนี้เราเรียกมันว่า “การแฮ็ก”

อย่างไรก็ตาม ในไม่ช้า งานชุดความชำนาญเหล่านี้ก็เปลี่ยนไป เช่นเดียวกับการพูดคุยในงานประชุมการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าวของ IRE โดยเฉพาะสำหรับชั้นเรียนปฏิบัติการและการแสดงตัวอย่างเทคโนโลยีต่าง ๆ ในปี 2002 ที่ฟิลาเดลเฟีย ชั้นเรียนปฏิบัติการส่วนใหญ่พูดถึง Access, Excel, SPSS, และสำหรับผู้รักความท้าทายก็มี SQL Server อีกไม่กี่ปีถัดมา ในคลีฟแลนด์และฮิวส์ตัน หัวข้อการประชุมนั้นมีเรื่องการดูดข้อมูลจากหน้าเว็บ, Perl, Python, MySQL, และ Django

การเติบโตของเว็บและความหาได้ง่ายของข้อมูล ได้ช่วยผลักดันความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ ผมยังคิดด้วยว่าบรรดา “ผู้เชี่ยวชาญ CAR” ที่ริเริ่มวารสารศาสตร์ข้อมูลในทศวรรษ 1990 น่าจะรู้สึกอ่อนล้าเหนื่อยหน่ายกับข้อจำกัดของ Access และ Excel จึงได้หาหนทางก้าวไปสู่สิ่งใหม่ ๆ แต่ไม่ว่าจะในทางใดก็ตาม ในตอนที่ PolitiFact ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ ยุคของแอพพิลเคชันข่าวก็บูมอย่างเต็มที่ และความคิดเรื่องนักข่าวที่เป็นโปรแกรมเมอร์ด้วย ก็เป็นขั้นต่อไปตามวิวัฒนาการตามธรรมชาติของวารสารศาสตร์ข้อมูล สวัสดี Hacks/Hackers

แต่สารในชุมชน CAR (ในตอนนี้คือ วารสารศาสตร์ข้อมูล) ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง: เราใช้เครื่องมือเหล่านี้เพื่อค้นหาและเล่าข่าว เราใช้มันเหมือนเราใช้โทรศัพท์ ข่าวยังคงเป็นสิ่งสำคัญสิ่งเดียว

มองจากข้างนอกเข้าไปข้างใน

กลับไปที่เรื่องในสัปดาห์นี้ที่เราได้พูดถึงทั้งสามชิ้น แม้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแต่พวกมันก็ยังเกี่ยวข้องกัน หนึ่งในนั้นได้ทำให้ผู้ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ [แมตต์ เวต (Matt Waite) นักข่าวผู้พัฒนา PolitiFact.com] รู้สึกเดือดดาล โพสต์แต่ละชิ้นได้พลาดประเด็นสำคัญไป เนื่องจากมันได้คิดถึงบริบทดังกล่าว:

  • แม้ ทิม เบิร์สเนอส์-ลี จะเคยเป็นผู้บุกเบิกเว็บ แต่เขามาสายในขบวนนี้ ในเวลาที่เขาประกาศว่าวารสารศาสตร์ข้อมูลนั้น “เป็นอนาคต” อนาคตดังกล่าวได้ผ่านไปแล้ว ความสามารถในการรับมือกับข้อมูลไม่ได้เป็นทักษะที่นักข่าวควรจะเรียนรู้อีกต่อไป — มันเป็นทักษะในการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่ลูก ๆ ของผมเรียนในโรงเรียนมัธยม มากไปกว่านั้น ผมยังนึกไม่ออกว่าเคยมีไหมในช่วงสิบห้าปีที่ผ่านมา ที่ใครสักคนในชุมชน CAR ได้แนะนำว่า วารสารศาสตร์ข้อมูลเป็นสิ่งที่มาแทนที่การออกไปเดินหาข่าว ค้นเอกสาร และหาทางยืนยันความน่าเชื่อถือของข้อมูลเหล่านั้น (shoe-leather reporting) ซึ่งผู้เขียนรายงานชิ้นดังกล่าวได้บอกกับผมว่า เขาตอบโต้กับความเกินจริงในคำประกาศของเบิร์นสเนอร์-ลี และไม่ได้กำลังประเมินค่าความเป็นจริงของสิ่งที่ถูกปฏิบัติอยู่
  • ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชุมชน CAR/วารสารศาสตร์ข้อมูล ได้มุ่งมั่นสร้างทักษะเหล่านี้ให้กับผู้คน ค่ายอบรมสำหรับผู้เริ่มต้นที่การประชุมการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าวของ IRE แต่ละปี ได้สอนให้คนใช้ Excel และ Access — มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม แต่ผมไม่ได้บอกกับพวกเขาว่ามันมีข้อจำกัดในสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ ในทางเดียวกันกับที่ศาสตร์ด้านทั้งหมดได้วิวัฒนาการ นักข่าวที่ได้เข้ามาสู่เส้นทางนี้ มักจะก้าวไปสู่ทักษะที่ซับซ้อนเพิ่มขึ้น ข้อจำกัดเพียงอย่างเดียวที่จะมีก็คือข้อจำกัดที่พวกเขาตั้งขึ้นมาเพื่อจำกัดตัวพวกเขาเอง ที่จริงแล้ว ความเชื่อเพียงอย่างเดียว ที่จำเป็นจะต้องกำจัดไป ณ ที่นี้ก็คือ ความเชื่อที่บอกว่าคุณต้องฉลาดแบบไอน์สไตน์ ถึงจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้ หรือจำเป็นจะต้องมีสมองซีกซ้ายและขวาที่สมดุลกันอย่างวิเศษ ไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้นเลย คุณเพียงต้องทำมันอย่างไม่ลดละเท่านั้น
  • “มันยังคงเป็นเรื่องของการเล่าข่าว” มันไม่เคยเป็นอย่างอื่น คำอธิบายโดยผู้อภิปรายในการประชุมการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าว โดยสมาคมนักข่าวและบรรณาธิการข่าวสืบสวนสอบสวน ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

ชุดของความคิดเห็นเหล่านี้ ควรจะเตือนเราว่า สาเหตุที่เราจำเป็นต้องมีองค์กรอย่าง IRE, Hacks/Hackers, และองค์กรอื่น ๆ นั้นไม่ใช่เพียงเพื่อถ่ายทอดทักษะ แต่ยังเพื่อมอบบริบทว่าทำไมทักษะเหล่านี้จึงมีความสำคัญเหลือเกิน


[1] “การแฮ็ก” (hacking) ในที่นี้ หมายถึงกิจกรรมการดัดแปลงหรือต่อเติมสิ่งของให้มีความสามารถหรือประโยชน์เพิ่มเติมไปจากเดิม และในบางครั้งก็ด้วยวิธีการแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีคนทำมาก่อน หรือด้วยวิธีการที่ใช้อุปกรณ์ทั่ว ๆ ไปที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด โดยเรียกกลุ่มคนที่มีความสนใจด้านนี้ว่า “แฮ็กเกอร์” (hackers) ^

[2] Fleet Street หรือถนนฟลีต เป็นถนนสายหนึ่งในกรุงลอนดอน ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของสำนักข่าวและหนังสือพิมพ์จำนวนมาก แม้ทุกวันนี้สำนักข่าวรายใหญ่จะย้ายไปอยู่ที่อื่นหมดแล้ว แต่คำว่า “ถนนฟลีต” ก็ยังเป็นคำที่ใช้หมายถึง “แวดวงสื่ออังกฤษ” อยู่ ^

Written by bact'

May 3rd, 2011 at 2:37 am

One Response to 'วารสารศาสตร์ข้อมูลกับภาพใหญ่'

Subscribe to comments with RSS or TrackBack to 'วารสารศาสตร์ข้อมูลกับภาพใหญ่'.

  1. [...] เมื่อคุณมองไปที่วารสารศาสตร์ข้อมูลกับภาพใหญ่ เหมือนกับที่ แอนโธนี เดอบาร์รอส แห่งหนังสือพิมพ์ยูเอสเอทูเดย์ ได้ทำและเขียนในบล็อกของเขาเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มันชัดเจนว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ ในขณะนี้ เป็นพัฒนาการของการเล่าเรื่องที่ถูกยกระดับขึ้นด้วยเทคโนโลยี ซึ่งสืบย้อนไปได้ถึงการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการรายงานข่าว (computer-assisted reporting – CAR). [...]

Leave a Reply

License

Creative Commons License
วารสารศาสตร์ข้อมูลกับภาพใหญ่ / วารสารศาสตร์ข้อมูล - Data Journalism by DataJournalism.in.th is licensed under a ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน CC BY-SA